Nakornthai's talk

Nakornthai's talk

Le Tour de france ไตรมหากาพย์แห่งราชันย์ทางเรียบ (ภาค 2)

Tour de France ยุคแรกยุคแห่งการผจญภัย

การแข่งขัน TDF ในช่วงปีแรกๆลักษณะการแข่งขันจะเปิดโอกาสให้ใครก็ได้ที่หาญกล้าท้ามาพิสูจน์ตัวเอง  การสมัครเข้ามาแข่งจึงเป็นลักษณะปัจเจกชนมิใช่มาลงสมัครเป็นทีม  การเข้ามาแข่งขันแบบบุคคลในสมัยนั้นเรียกว่า touriste-routiers หรือ tourist of the road  ดังนั้นนักแข่งในสมัยนั้นจึงมิได้มีความต้องการอะไรจากผู้จัดการแข่งขันมากนัก  ความวุ่นวายต่างๆยังไม่เกิดขึ้นเพราะนักจักรยานเข้าแข่งขันยอมรับกติกาและต้องการเพียงการผจญภัยและรับเม็ดเงินรางวัลเป็นตัวตั้ง ผู้สมัครเข้าแข่งขันบางรายเป็นคนว่างงานจนเมื่อแข่งขันเสร็จสิ้นในแต่ละวันก็ยังอุตส่าห์แสดงการปั่นจักรยานในท่าผาดแผลงเพื่อแลกกับเงินค่าเช่าโรงแรมในคืนนั้น  แต่พอหลังจากยุคปี 1930 นักจักรยานที่สมัครเข้ามาแข่งขัน TDF จะเป็นลักษณะเข้ามาสมัครเป็นทีม  ซึ่ง Henri Desgrange ได้สนับสนุนและเห็นด้วยให้มีการตั้งทีมจักรยานขึ้นมาในประเทศฝรั่งเศส  นักปั่นอิสระแบบชอบผจญภัยและล่ารางวัลก็เริ่มทยอยหายหน้ากลืนไปเข้าสังกัดทีมจักรยานทั้งหมด

 


Henri Desgrange / TDF ช่วงยุคปี 1960

ต่อมาเริ่มมีผู้ให้การสนับสนุนทีมจักรยานอย่างจริงจังโดยแบ่งชั้นของทีมที่เข้าแข่งขัน TDF ออกเป็นสองระดับโดยใช้กติกาที่แตกต่างกัน  และที่มาของทีมแห่งชาติก็เริ่มขึ้นเมื่อปี 1961  ทีมแห่งชาติในแต่ละชาติจะลงสมัครหลายทีมในขนาดของทีมที่ทั้งทีมเล็กและทีมใหญ่  วงการจักรยานเริ่มตั้งข้อสงสัยในความซื่อสัตย์และจงรักภักดีต่อทีมชาติของนักจักรยานแต่ละคน เพราะหลังจากการแข่งขัน TDF นักจักรยานที่ลงแข่งในนามทีมชาติก็จะกลับไปแข่งจักรยานให้กับทีมอาชีพที่ตนสังกัดอยู่  พอมาแข่งในรายการ TDF ก็อาจจำเป็นจะต้องมาอยู่ทีมชาติทีมเดียวกัน นั่นย่อมจะก่อให้เกิดความไม่แน่ใจในความมุ่งมั่นที่จะได้รับชัยชนะของนักกีฬาจักรยานที่สวมวิญญาณสองสังกัดในคนคนเดียว

เมื่อมีการแข่งขันในนามทีมชาติผสมระคนกับเป็นทีมที่ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรภาคเอกชน  การแข่งขัน TDF จึงกำหนดให้นักจักรยานที่ลงแข่งขันใส่เสื้อสีธงชาติโดยมีแผ่นผ้าเล็กๆ ปักที่อกเสื้อแสดงถึงชื่อทีมที่นักจักรยานคนนั้นๆสังกัดอยู่ สิ่งนี้กลับสร้างความไม่พอใจให้กับผู้สนับสนุนทีมจักรยานอาชีพเป็นอย่างมาก  ในปี 1960 ยอดจำหน่ายจักรยานลดลงอย่างหนักจนหลายโรงงานผลิตจักรยานต้องปิดตัวลง  ผู้ทำธุรกิจผลิตจักรยานต่างออกมาเรียกร้องว่า ถ้าไม่ให้ชื่อยี่ฮ้อจักรยานได้ปรากฏโฆษณาในการแข่งขัน TDF อุตสาหกรรมนี้จะยืนอยู่ต่อไปได้อย่างไร

องค์กรภาคเอกชนเจ้าของผลิตภัณฑ์ต่างๆ เริ่มเข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนในการจัดการแข่งขันมากขึ้นเป็นลำดับ โดยมาในรูปแบบของการจัดรถขบวนส่งเสริมการขายของสินค้าตนรวมกันเป็นกองคาราวาน  เพราะยุคปี 1930 ถึงกลางปี 1960 โทรทัศน์และการโฆษณาสินค้าทางทีวียังเป็นเรื่องไกลตัวของโลกทุนนิยมยุคสมัยนั้นอยู่มาก ดังนั้นการที่จะทำให้ผู้คนที่โทรทัศน์ยังไม่แพร่หลายจดจำสินค้าของตนได้ก็คือ การนำสินค้าของตนเข้าร่วมขบวนแห่เพื่อนำเสนอให้กับตลาดที่มีผู้คนนับล้านๆคนทั่วประเทศฝรั่งเศส ที่ออกยืนมาต้อนรับและชมการแข่งขันอย่างใกล้ชิด  มีการนำขบวนส่งเสริมการขายสินค้าด้วยคณะมอเตอร์ไซด์กายกรรมผาดแผลงมาวิ่งนำหน้ารถโฆษณาของบริษัท Cinzano aperitif  และ บริษัทผู้ผลิตแปรงสีฟัน   เจ้าของผลิตภัณฑ์บางรายจ้างนักเล่นหีบเพลงที่มีชื่อเสียงอย่าง Yvette Horner ให้ขึ้นไปเล่นหีบเพลงบนหลังคารถ Citroen โฉมหน้าของการแข่งขันจักรยาน TDF เริ่มเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมากขึ้นๆทุกปี  จนกระทั่งสื่อมวลชนอย่าง Pierre Bost ทนไม่ได้และวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วงว่า การแข่งขันจักรยานทางไกลของฝรั่งเศสกำลังทำให้สังคมฝรั่งเศสเองเสื่อมทรุด  คาราวานของการโฆษณาสินค้าต่างๆมีถึง 60 คันรถบรรทุก  ปล่อยให้มีการร้องรำทำเพลง เต้นรำด้วยหญิงสาวนุ่งน้อยห่มน้อย  แผดเสียงดนตรีที่มีท่วงทำนองน่าเกลียดดังลั่น โยนสินค้าใส่ผู้ชมราวกับเป็นขอทาน  มันเป็นกลิ่นอายของความตกต่ำและหยาบคายทางสังคมทุนนิยมเข้าไปทุกที
    

แต่ดูเหมือนว่าไม่มีอะไรจะหยุดยั้งขบวนคาราวานส่งเสริมการขายไปได้แล้ว ในปัจจุบันเม็ดเงินราว 150,000ยูโรที่ห้างร้านต่างๆจะต้องจ่ายให้กับผู้จัดการแข่งขัน เพื่อแลกกับรถสามคันที่สามารถเข้าร่วมขบวนคาราวาน  หน่วยธุรกิจยักษ์ใหญ่ต่างทุ่มงบประมาณกันอย่างบ้าเลือด  เพื่อขอเข้าร่วมขบวนแห่ในการแข่งขันTDF  บางรายจ่ายมากกว่าเพื่อนำรถขบวนของตนเข้าสู่กองคาราวานให้ยาวที่สุด งบประมาณถูกทุ่มไปกับสินค้าตัวอย่างที่คอยจ่ายแจกผู้ชมข้างทาง  ค่าจ้างทั้งคนขับรถ, ทีมงานและอาสาสมัครรับจ้างมาแจกจ่ายสินค้า  จนปัจจุบันกองคาราวานรถส่งเสริมการขายสินค้าจะมียอดจำนวนถึง 250 คัน

บริษัทห้างร้านอุตสาหกรรมต่างๆจะจ่ายแจกสินค้าตัวอย่างที่มีคุณภาพของตนให้กับผู้ชมตลอดทาง  คาดว่าในทุกๆปีที่จัดการแข่งขัน Tour de France จะมีสินค้าจำนวนไม่ต่ำกว่า 11 ล้านชิ้น  โปรยปรายไปสู่ผู้ชมที่มารอชมการแข่งขันจักรยานทางไกลสองข้างทาง  นักศึกษาที่ว่าจ้างมาหรือเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯจะต้องแจกสินค้าให้ผู้ชมเฉลี่ย 3,000-5,000 ชิ้นต่อวันต่อคน  ธนาคาร GAN แจกหมวกตราสัญลักษณ์ของธนาคารไป 170,000 ใบ เข็มกลัดติดเสื้อ 80,000 อัน แผ่นตราพลาสติก 60,000 ชิ้น  หนังสือเกี่ยวข้องกับข้อมูลการแข่งขันTour de France 535,000 เล่ม  สิ่งของทั้งหมดเมื่อคำนวณน้ำหนักออกมาแล้วจะมีน้ำหนักถึง 32ตัน ซึ่งทั้งหมดเป็นข้อมูลจากองค์กรธุรกิจเพียงรายเดียวในการแข่งขัน TDF ปี 1994

ตำนานผู้จัดการแข่งขัน Tour de France

เอกบุรุษที่เข้ามารับผิดชอบการจัดการแข่งขันจักรยานทางไกลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศฝรั่งเศส ตั้งแต่ปี1903 คือ Henri Desgrange  ส่วนมือไม้สำคัญที่ทำหน้าที่ลงภาคสนามตามติดการแข่งขันอย่างใกล้ชิด ตกเป็นหน้าที่ของเจ้าของความคิดอันบรรเจิดที่จุติการแข่งขัน Tour de France คือ Lefevre  นักข่าวสายกีฬาจักรยานหนุ่มหนังสือพิมพ์ L’Auto ที่หมอต้องเกาะติดรายงานข่าวด้วยการทั้งนั่งรถไฟตามการแข่งขัน  เมื่อเส้นทางการแข่งขันเบี่ยงออกจากเส้นทางรถไฟ Geo Lefevre ก็ลงทุนทั้งปั่นจักรยานเอง หรือซ้อนท้ายจักรยานยนต์เพื่อทั้งรายงานข่าวและควบคุมการแข่งขัน  ในปี 1936 Desgrange เข้ารับการผ่าตัดต่อมลูกหมากถึงสองครั้ง Desgrange นั้นรักและห่วงใยการแข่งขัน TDF จนถอนตัวไม่ขึ้น  เขาถึงขนาดเชิญทีมแพทย์ที่ผ่าตัดให้กับเขาร่วมเดินทางไปด้วยขณะที่ตัวเขาต้องติดตามไปตามเส้นทางการแข่งขัน  แต่ Desgrange ฝืนสังขารตัวเองไปไม่ได้ ระหว่างเกาะติดการแข่งขันที่เมือง Charleville เขามีไข้สูงมาก  Desgrange จึงประกาศวางมือเป็นผู้อำนวยการจัดการแข่งขันและกลับสู่บ้านเกิดที่ Beauvallon  Desgrange เสียชีวิตในบ้านที่ตั้งอยู่ชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนในวันที่ 16 สิงหาคม 1940  หน้าที่รับช่วงในการเป็นโต้โผจัดการแข่งขันจึงตกแก่ Jacques Goddet

สงครามโลกครั้งที่หนึ่งได้เริ่มแผ่เมฆดำทะมึนไปทั่วทวีปยุโรป  เยอรมันโดยกระทรวงโฆษณาการต้องการเข้ามาจัดการแข่งขันโดยเสนอการให้ความช่วยเหลือในการจัดการแข่งขัน Tour de France เยอรมันนำแผนที่เส้นทางที่ฝ่ายตนกำหนดในการจัดการแข่งขันขึ้นมา พร้อมเสนอความช่วยเหลือเปิดพรมแดนในตอนเหนือในส่วนที่เยอรมันยึดครองจากฝรั่งเศสให้นักจักรยานปั่นผ่าน  รวมถึงเส้นทางที่กินเข้าไปในอาณาเขตรัฐของฝรั่งเศสคือ Vichy France แต่ Goddet ปฏิเสธที่จะเกี่ยวดองกับเยอรมัน

ในปี 1944 หนังสือพิมพ์ L’Auto ได้ปิดทำการลง  ประตูใหญ่ของสำนักงานถูกลั่นกลอนปิดกุญแจ  สิ่งพิมพ์ต่างๆในฝรั่งเศสจะต้องได้รับการพิจารณาจากรัฐ ซึ่งสวมสิทธิเข้ามาเป็นเจ้าของและเข้ามามีส่วนร่วมจัดการภายใต้เงาทะมึนของเยอรมัน  การแข่งขัน Tour de France โอนสิทธิมาอยู่ในการจัดการของรัฐบาล Goddetยินยอมตามที่รัฐบาลกำหนดโดยมีการรวมกลุ่มของหนังสือพิมพ์กีฬาคือ L’Equipe และ Le Parisien Libere  กลุ่มสื่อมวลชนที่รัฐบาลแต่งตั้งขึ้นมาได้สิทธิเข้ามาร่วมจัดการแข่งขัน TDF ฝ่ายละ 5 ช่วงการแข่งขัน L’Equipeแสดงให้เห็นว่าตนนั้นมีการบริหารจัดการแข่งขันได้ดีที่สุด และมีผลต่อการให้ความสนใจจากชาวฝรั่งเศสเป็นที่น่าพอใจ  เพราะผลงานก่อนที่จะเกิดสงครามโลก L’Equipe ได้เข้ามาสนับสนุนทีมจักรยานในนามทีมชาติฝรั่งเศสมาอย่างต่อเนื่อง  และในปี 1947 หลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สองได้สองปี  L’Equipe ก็ได้อำนาจเต็มในการจัดการแข่งขันจักรยานทางไกลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศฝรั่งเศส


L’Equipe ซึ่งมี Emilion Amaury สนับสนุนทางด้านเงินทุนเข้ามาจัดการแข่งขัน TDF ช่วงหลังสงคราม โดยได้รับการยอมรับจาก Goddet  , Felix Levitan หัวหน้ากองบรรณาธิการได้ร่วมมือกับ Goddet ทำงานร่วมกัน  โดยที่ Goddet มีอำนาจเต็มในการจัดการแข่งขัน และ Levitan รับผิดชอบทางด้านเงินทุนสนับสนุนในการจัดการแข่งขัน Tour de France

Livitan เร่งเสาะหาผู้เข้ามาสนับสนุนทางด้านเงินทุนในการจัดการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นตัวเงินหรือรางวัลที่จะมอบให้กับผู้เข้าแข่งขันที่มิใช่ตัวเงิน เช่น การแข่งขันปี 1976 นักจักรยานที่สามารถชนะการแข่งขันประเภททั่วไปได้ รางวัลนอกจากตัวเงินยังได้รับที่พักสถานที่ตากอากาศที่หรูหราริมฝั่งชายทะเล  หรือรถยนต์หรูหราราคาแพง  Livitan เสนอให้การสิ้นสุดการแข่งขันในช่วงสุดท้ายของ Tour de France จบที่ถนนชอง เอลิเซ่ในปี 1975 แต่แล้ว Livitan ก็ต้องละวางจากการเข้ามาเกี่ยวข้องในการแข่งขัน TDF ในวันที่ 17 มีนาคม 1987 หลังจากเกิดเรื่องคดีความที่หมอความพยายามที่จะดึงเงินทุนจากสหรัฐเข้ามาสนับสนุนการแข่งขัน โดยพยายามโปรโมทให้สหรัฐโดยใช้นักจักรยานชาวอเมริกันคนแรกเข้ามาแข่ง Tour de France และใส่เสื้อธงชาติสหรัฐเป็นคนแรก หลังจากที่ Livitan ลาโรงGoddet ก็เกษียณตัวเองตามในปีถัดมา  ผู้บริหารสูงสุดคนใหม่ของ L’Equipe คือ Jean-Pierre Courcol, Jean Pierre Carenso และ Jean Marie Leblanc ก็ไล่เลียงมาเป็นผู้จัดการแข่งขัน TDF ตามลำดับ  ท้ายที่สุดChristian Prudhomme ผู้รายงานข่าวการแข่งขันจักรยาน TDF ก็เข้ารับตำแหน่งแทน Leblanc ในปี 2005  หลังจากหมอได้เพาะบ่มวิทยายุทธการจัดการแข่งขันในฐานะผู้ช่วยการจัดการแข่งขันอยู่ร่วมสองปี


Prudhomme รับหน้าที่เป็นผู้อำนวยการจัดการแข่งขันจักรยานทางไกล TDF ในฐานะ Soceite du Tour de France โดยได้รับการสนับสนุนทางด้านเงินทุนจาก Amaury Sport Organisation(AOS)    ตั้งแต่ปี 1993เป็นต้นมา Amaury ได้สยายปีกเป็นกลุ่มผู้บริหารจัดการทางด้านเงินทุนที่ใหญ่โตขึ้นอย่างมากในประเทศฝรั่งเศส และยังเป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์กีฬา L’Equipe Amaury มีเจ้าหน้าที่ที่ทำงานเต็มเวลาถึง 70 คน  โดยไม่เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ที่ทำงานให้กับ L’Equipe มีที่ตั้งของสำนักงานตั้งอยู่ที่ Issy-les-Moulineaux นอกเมืองทางด้านตะวันตกของกรุงปารีส  เจ้าหน้าที่จะเพิ่มจำนวนจาก 70 คนเป็น 220 คนในช่วงที่มีการแข่งขันจักรยาน TDF  ยังไม่นับรวมพนักงานชั่วคราวอีก 500 คนที่จ้างเป็นพิเศษเพื่อมาช่วยเพื่อสนับสนุนการแข่งขัน Tour de France โดยเฉพาะ อาทิ งานในการตั้งและเคลื่อนย้ายแผงเหล็ก ติดตั้งป้ายซุ้มประตูและงานจิปาถะอื่นๆ

การเมืองกับ Tour de France

การแข่งขันจักรยานทางไกล Tour de France ที่จัดขึ้นสามครั้งแรก  เป็นการแข่งขันกันภายในประเทศฝรั่งเศสเท่านั้น  จนการแข่งขันที่จัดขึ้นในปี 1906 การแข่งขันได้กินเส้นทางเข้าไปใน Aldace-Lorraine ซึ่งเป็นแคว้นที่ถูกผนวกรวมเข้ากับอาณาจักรเยอรมันหลังจากสงครามฟรังโก-ปรัสเซีย

ในปี 1939 เป็นปีที่สงครามโลกครั้งที่สองระเบิดขึ้น ไม่มีทีมจากฝ่ายอักษะคือ ประเทศอิตาลี่, เยอรมันและสเปนเข้าร่วมการแข่งขันTDF อันเนื่องสาเหตุมาจากโลกเกิดความขัดแย้งแบ่งแยกออกเป็นสองฝ่าย  Henri Desgrange วางแผนที่จะจัดการแข่งขัน TDF ปี 1940 แต่หลังสงครามโลกครั้งที่สองเกิดขึ้นมาได้หนึ่งปีและฝรั่งเศสถูกกองทัพเยอรมันเข้ายึดครอง เส้นทางการแข่งขันต้องให้ทางฝ่ายทหารเป็นผู้อนุมัติซึ่งรวมถึงเส้นทางเลียบแนว Maginot ที่ฝรั่งเศสสร้างขึ้นเป็นแนวคอนกรีตในปี 1930-1940 เพื่อป้องกันการรุกรานจากกองทัพเยอรมัน  เยอรมันเสนอตัวเข้ามาจัดการแข่งขันร่วมกับDesgrangeแต่Desgrangeก็ปฏิเสธ   มีการเตรียมการจัดการแข่งขันโดยทีมที่เข้าแข่งขันในนามทีมชาติฝรั่งเศสนักจักรยานทั้งหมดถูกยืมตัวมาจากทหาร  รวมถึงทีมจากประเทศอังกฤษด้วยซึ่งมีผู้จัดการทีมคือ Bill Mills ที่มีอาชีพเป็นนักข่าว แต่แล้วการแข่งขันTDFใต้ร่มเงาของสภาวะสงครามก็ยากที่จะเกิดขึ้น ฝรั่งเศสเองก็หอบเอาเอกสารที่ใช้เป็นข้อมูลสำคัญ ในการจัดการแข่งขันหนีลงไปซ่อนทางใต้ของประเทศ การแข่งขันก็มีอันต้องยุติลงจนถึงปี 1947  นักปั่นสัญชาติจากเยอรมันกว่าจะกลับมาเข้าร่วมการแข่งขัน TDF อีกครั้งก็ปาเข้าไปในปี 1960  โดยนักปั่นอินทรีย์เหล็กเข้าไปสังกัดในทีมต่างๆกระจายตัวกันออกไป การแข่งขัน TDF มีจุดเริ่มต้นการแข่งขันในประเทศเยอรมันสามครั้ง คือ ปี1965 ที่โคโลญ, ปี 1980 ที่แฟรงเฟิร์ต และที่เบอร์ลินตะวันตกในปี 1987 เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองนครเบอร์ลินที่มีอายุครบ 750 ปี มีการวางแผนที่จะให้เยอรมันตะวันออกเป็นเส้นทางเริ่มต้นการแข่งขัน TDF บ้าง แต่ความคิดนี้ก็ไม่ได้รับการยอมรับ


ภาพทหารเยอรมันในสงครามโลกครั้งที่สองที่กำลังปั่นจักรยานลาดตระเวนผ่านแนวป้องกันศัตรู Maginot หลังจากเยอรมันเข้ายึดครองประเทศฝรั่งเศสในปี 1940 เยอรมันพยายามจะจัดการแข่งขันTour de Franceโดยขอความร่วมมือจากDesgrangeแต่ได้รับการปฏิเสธ ทหารเยอรมันบนจักรยานสะพายปืน Karabiner 98kurz ที่มีระยะยิงหวังผลตั้งแต่ 500-1000 เมตร

เกาะ Corsica กับ Tour de France


การแข่งขันTDFได้จัดขึ้นในเมืองใหญ่ต่างๆของประเทศฝรั่งเศสจนครบ ยกเว้นแห่งเดียวคือ ที่เกาะCorsica Jean-Marie Leblanc เมื่อครั้งเป็นผู้อำนวยการจัดการแข่งขันจักรยานทางไกลTDF  ยังบ่นน้อยใจเสมอว่าเกาะแห่งนี้ไม่เคยยื่นคำขอที่จะให้มีการแข่งขันจักรยานที่ยิ่งใหญ่ของฝรั่งเศสเลย ทำให้การแข่งTDFไม่เคยได้เยื้องกรายเข้าไปใช้เป็นเส้นทางแข่งขันบนเกาะแห่งนี้ Leblancคาดว่านอกจากการไม่เสนอเจตจำนงแล้วฝ่ายจัดการแข่งขันเองก็หนักใจ ที่ต้องจัดหาเจ้าหน้าที่ที่มาอำนวยการจัดการแข่งขันให้ได้ถึงจำนวนถึงสี่พันคนจากเกาะนี้ได้อย่างไร  แต่ Francois Alfonsi โฆษกของพรรคแห่งชาติคอร์ซิก้าร์กล่าวว่า “ไม่ว่าจะอ้างเหตุผลใดแต่นัยลึกๆแล้วผู้จัดการแข่งขัน TDF คงไม่กล้าต่างหากที่จะจัดการแข่งขันขึ้นที่นี่ คงเป็นเพราะกลัวการก่อการร้าย”     ซึ่ง Alfonsi ย้ำว่าเราชาวเกาะแห่งนี้ทุกคนต้องการให้ TDFมาจัดการแข่งขันที่นี่เสมอ  และเป็นที่น่ายินดีที่ในการแข่งขัน TDF ครั้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในปี 2013 ซึ่งเป็นครั้งที่จะเป็นการเฉลิมฉลองการจัดการแข่งขันครบ 100 ปี  ก็จะจัดการแข่งขันขึ้นเพื่อเป็นเกียรติที่เกาะแห่งนี้แล้วถึงสามช่วงแรกของการแข่งขันคือ ตั้งแต่วันที่ 29มิถุนายน-วันที่ 1 กรกฎาคม 2013

รางวัลในการแข่งขัน Tour de France

เงินสดยังคงเป็นรางวัลที่มอบให้กับนักจักรยานเสมอในการแข่งขันTour de France เม็ดเงินเริ่มจาก 20,000 ฟรังซ์ฝรั่งเศสที่ใช้ในปีแรกของการแข่งขัน  รางวัลที่ล่อใจจะเพิ่มขึ้นทุกปีเพื่อเหมาะสมกับความยิ่งใหญ่ของการแข่งขันTDFที่เริ่มต้นสั่งสม  ในปี 1976 ถึง 1987 ผู้ให้การสนับสนุนการจัดการแข่งขันถึงกับผนวกรางวัลเป็นห้องพักตากอากาศริมทะเลสวยหรูให้กับนักจักรยานที่สามารถชนะเลิศประเภททั่วไปเข้าไปด้วย  ในปี 1988 รางวัลที่หนึ่งนอกจากจะเป็นเงินรางวัล 500,000 ฟรังซ์แล้ว  นักจักรยานจะได้รถยนต์หรูรวมเข้าไปกับห้องพักส่วนตัวที่สถานที่พักตากอากาศอีกด้วยและปี 1990การแจกรางวัลแบบใจป้ำให้กับนักจักรยานที่ชนะการแข่งขันก็กลับมาเป็นการให้รางวัลด้วยเงินแต่เพียงอย่างเดียวเหมือนเดิม

การนำเงินมาเป็นรางวัลแก่ผู้ชนะการแข่งขันจะตกแก่ผู้ชนะในทุกๆระดับ  ตั้งแต่รางวัลสำหรับนักจักรยานที่ชนะในช่วงวันของการแข่งขัน จนไปถึงผู้ชนะเลิศในประเภทต่างๆ  ในปี 2009 ผู้ชนะเลิศประเภททั่วไปของTDFจะได้รับเงิน 450,000 ยูโร  ในขณะที่ผู้ชนะในแต่ละช่วงทั้ง 21 ช่วงการแข่งขันจะได้คนละ 8,000 ยูโร  10,000 ยูโรสำหรับวันที่แข่งประเภททีมจับเวลา  นักจักรยานที่ชนะเลิศประเภทจ้าวภูเขาและจ้าวคะแนนความเร็วจะรับไปเท่ากันคือ คนละ 25,000 ยูโร  และ50,000 ยูโร สำหรับทีมที่มีสมาชิกทีมทำเวลาได้ดีที่สุดจนกลายเป็นทีมยอดเยี่ยม

ยังมีรางวัลพิเศษอีกต่างหากสำหรับนักจักรยานที่สามารถพิชิตยอดเขา Col de Galibier ซึ่งเป็นที่ตั้งของอนุสรณ์สถานของ Henri Desgrange ผู้ริเริ่มการจัดการแข่งขัน Tour de France  และอีกรางวัลหนึ่งคือ นักจักรยานที่สามารถพิชิตยอดเขาที่สูงที่สุดในการแข่งขันในปีนั้นๆ  นอกนั้นก็ยังมีรางวัลพิเศษเช่นกันกับการพิชิตยอดเขาCol du Tourmalet เพื่อเป็นการระลึกถึง Jacques Goddet

การจัดอันดับผู้ชนะการแข่งขันใน Tour de France

นักจักรยานอาชีพที่ลงแข่งขันในรายการ TDF ทุกคน ย่อมมีความหวังว่าตนจะเป็นผู้ชนะในการแข่งขันไม่ว่าจะเป็นผู้ชนะในระดับใดอันเป็นเกียรติประวัติแห่งวิชาชีพตน  ซึ่งนอกจากจะเป็นผู้ชนะเลิศเวลารวมน้อยที่สุดแล้ว  ยังมีผู้ชนะที่แบ่งออกอีกหลายประเภท อาทิ คะแนนสะสม(จ้าวความเร็ว), จ้าวภูเขาและนักจักรยานที่มีอายุน้อยแต่สามารถทำเวลารวมได้ดีที่สุด โดยผู้ที่ครองตำแหน่งผู้นำในแต่ละประเภทจะได้รับเกียรติสวมเสื้อสีต่างๆลงแข่งขันตามที่ผู้จัดการแข่งขันกำหนด  นักจักรยานผู้ที่สามารถครองสองตำแหน่งจะต้องสวมเสื้อที่มีเกียรติสูงกว่า อาทิ นักจักรยานที่มีคะแนนนำทั้งในการเป็นจ้าวความเร็วและมีเวลารวมน้อยที่สุด  นักจักรยานผู้นั้นจะต้องสวมเสื้อสีเหลือง  สิทธิในการสวมเสื้อผู้นำสีต่างๆจะถูกเปลี่ยนมือ เมื่อมีนักจักรยานคนอื่นๆสามารถทำเวลารวมหรือคะแนนได้ดีกว่า  การให้เอกสิทธิ์ในการสวมเสื้อแข่งจักรยานเป็นสีต่างๆ ยังได้รับความนิยมและนำไปใช้ในการแข่งขันจักรยานในประเทศต่างๆในยุโรป เช่น Tour of Britain มีเสื้อสีเหลือง, เสื้อสีเขียวและเสื้อลายจุดสีแดงเหมือนกับการแข่งขันTDF รายการ Giro d’Italia ให้ผู้มีเวลารวมน้อยที่สุดได้ใส่เสื้อสีชมพูตั้งแต่ La Gazzetta dello Sport เข้ามาดำเนินการจัดการแข่งขัน General classification

การจัดอันดับและหมวดหมู่นักจักรยานที่ลงแข่งขัน

Fabian Cancellara ตามภาพเป็นการแข่งขัน Tour de France ในปี 2010 เจ้าสปาร์ตาคัสเป็นนักจักรยานที่ได้ครองสิทธิ์สวมเสื้อเหลืองมากที่สุด  ในบรรดานักจักรยานที่ไม่เคยชนะเลิศประเภททั่วไปเลย


นักจักรยานที่มีเวลารวมน้อยที่สุดจากการรวมเวลาที่ใช้แข่งขันในแต่ละวันแต่ละช่วงแล้วนำมารวมกัน จะมีสิทธิสวมเสื้อสีเหลือง (maillot jaune)  นักจักรยานที่ครองสิทธิสวมเสื้อเหลืองได้ไปจนถึงวันสุดท้ายของช่วงการแข่งขันที่ปารีสจะเป็นผู้ชนะเลิศประเภททั่วไป แต่นักจักรยานผู้ที่ชนะการแข่งขัน TDF ในครั้งแรกที่จัดขึ้นในปี 1903 ยังมิได้สวมเสื้อเหลืองแต่เป็นการสวมปลอกแขนสีเขียวแทน  เสื้อเหลืองสำหรับผู้ที่ทำเวลารวมได้น้อยที่สุดที่มอบให้กับนักจักรยานใส่แข่งขันเริ่มนำมาใช้เป็นครั้งแรกคือ Eugene Cheistophe จากการแข่งขันจากเมือง Grenoble ในวันที่ 19 กรกฎาคม 1919 อย่างไรก็ตามด้วยวัยถึง 67 ปีของนักปั่นจักรยานชาวเบลเยี่ยม Phililppe Thys ผู้ชนะการแข่งขัน TDFปี 1913, 1914 และ 1920 ย้อนรำลึกถึงการเสนอข่าวของนิตยสารกีฬาที่ตีพิมพ์ในประเทศเบลเยี่ยม Champions et Vedettes ที่นำเสนอข่าวที่ดังครึกโครมเมื่อนักปั่นเบลเยี่ยม Phillippe Thys ที่ได้สิทธิในการสวมเสื้อสีเหลืองในการแข่งขันปี1913แต่หมอปฏิเสธที่จะใส่มันลงแข่งขันต่อ เมื่อ Henri Desgrange ถามกับ Thys เรื่องปฏิเสธการได้สิทธิสวมเสื้อเหลือง  Thysให้เหตุผลว่า เมื่อตนสวมเสื้อเหลืองมันทำให้เขาเป็นเป้าสายตาเป็นเป้าหมายของนักจักรยานคู่แข่งทุกคน  เสื้อเหลืองที่เขาใส่จะกลับกลายเป็นเชื้อไฟให้นักจักรยานทุกคนยิ่งตั้งมั่นคุโชนเพิ่มทั้งพลังใจพลังกายมุ่งมั่นที่จะเอาชนะตัวเขาให้ได้


นักจักรยานคนแรกที่สามารถสวมเสื้อเหลืองตั้งแต่เริ่มต้นการแข่งขันช่วงแรก ไปจนถึงช่วงสุดท้ายคือ Ottavio Bottecchia นักปั่นอิตาเลี่ยนทำได้ในปี 1924 Nicolas Frantz ทำได้ในปี 1928 และ Romain Maesทำได้ในปี 1935  องค์กรภาคเอกชนรายแรกที่มอบรางวัลให้กับนักจักรยานที่สามารถครองเสื้อเหลืองในแต่ละช่วงของการแข่งขันคือ บริษัท Sofil ที่ผลิตเสื้อผ้าอาภรณ์เริ่มมอบให้นักจักรยานที่มีเวลารวมน้อยที่สุดในปี1948 นักจักรยานที่สามารถครองเสื้อเหลืองมากที่สุดในช่วงนั้นมีสามคนเท่ากันคือ Nicolas Frantz, Andre Leducqและ Victor Fontan ในปี 1929

ก่อนที่ Lance Armstrong จะถูกตัดสิทธิริบตำแหน่งแชมป์ Tour de France ทุกสมัยที่ชนะการแข่งขันมาในเดือนตุลาคมปี 2012 ในข้อหาการใช้สารกระตุ้น  Armstrong เป็นนักจักรยานที่ครองตำแหน่งชนะเลิศประเภททั่วไปมากที่สุดคือ เจ็ดสมัยตั้งแต่ปี 1999 ถึง 2005 

มีนักจักรยานสี่คนที่ชนะเลิศ 5 ครั้ง คือ
1.Jacques Anquetil ทำได้ในปี 1957, 1961, 1962,1963และ 1964;
2.Eddy Merckx ทำได้ในปี 1969, 1970, 1971, 1972และ 1974;
3.Bernard Hinault ทำได้ในปี 1978, 1979, 1981, 1982และ 1985;
4.Miguel Indurain ทำได้ในปี 1991, 1992, 1993, 1994 และ 1995

นักจักรยานที่สามารถชนะเลิศ TDF 3 ครั้ง:
1.Philippe Thys ทำได้ในปี 1913, 1914และ1920
2.Louison Bobet ทำได้ในปี 1953, 1954และ1955
3.Greg Lemond ทำได้ในปี 1986, 1989และ 1990

นักจักรยาน 7 คนที่สามารถชนะการแข่งขัน TDF และ Giro d’Italia ในปีเดียวกัน
1.Eddy Merckx ทำได้สามปี คือ 1970, 1972 และ 1974
2.Fausto Coppi ทำได้สองปี คือ 1949และ1952
3.Bernard Hinault ทำได้สองปี คือ 1982และ1985
4.Miguel Indurain ทำได้สองปี คือ 1992และ1993
5.Jacques Anquetil ทำได้หนึ่งปี คือ 1964
6.Stephen Roche ทำได้หนึ่งปี คือ 1987
7.Marco Pantani ทำได้หนึ่งปี คือ 1998

มีเพียงสองนักจักรยานอาชีพที่สามารถสร้างผลงานสวมสามมงกุฎได้ในการแข่งขันภายในปีเดียวคือทั้งชนะรายการ Tour de France, รายการ Giro d’Italia และครองแชมป์โลก  
1.Eddy Merckx ทำได้ในปี 1974
2.Stephen Roche ทำได้ในปี 1987

นักจักรยานที่มีอายุน้อยที่สุดและสามารถคว้าตำแหน่งชนะเลิศประเภททั่วไปมาครองคือ Henri Cornet ทำได้ในปี 1904 ด้วยอายุเพียง 19 ปี  นักจักรยานคนต่อมาที่ยังวัยกระเตาะคือ Romain Maes ชนะTDF1935ด้วยวัย 21 ปี  ส่วนนักจักรยานที่สามารถชนะTDFด้วยวัยที่สูงมีอยู่สามคน คือ Henri Pelissier ชนะปี1923, Gino Bartali ชนะในปี 1948 และCadel Evansชนะในปี 2011 ด้วยอายุเท่ากันคือ 34 ปี  ส่วนนักจักรยานที่มีช่วงเวลายาวนานที่สุดที่สามารถชนะการแข่งขันTDFตั้งแต่ครั้งแรกและครั้งสุดท้ายของอาชีพนักปั่นคือ สิบปีตั้งแต่ 1938 ถึง 1948 เขาคือ Gino Bartali

นักจักรยานจากฝรั่งเศสชนะการแข่งขันTour de Franceมากที่สุดคือ 36 ครั้ง,  ตามด้วยเบลเยี่ยมมีนักปั่นชนะ 18 ครั้ง,  จากสเปน 12 ครั้ง,  จากอิตาลี่ 9 ครั้ง,  จากลักแซมเบิร์ก 5 ครั้ง,  จากสหรัฐ 3 ครั้ง,  จากสวิตเซอร์แลนด์และเนเธอแลนด์ 2 ครั้งและจากออสเตรเลีย เดนมาร์ก เยอรมัน, ไอร์แลนด์และสหราชอาณาจักรชาติละ 1 ครั้ง

 

You are here: Home Nakornthai's talk Le Tour de france ไตรมหากาพย์แห่งราชันย์ทางเรียบ (ภาค 2)